📘 คู่มือใช้งานเครื่องใหม่

ShopSpark · คู่มือแบบละเอียด ตั้งแต่เข้าใช้งานครั้งแรกจนสร้างคอนเทนต์และโพส Shopee/TikTok อัตโนมัติ

เปิด ShopSparkManual วิธีใช้งาน

สารบัญ

  1. สิ่งที่ต้องเตรียม
  2. เข้าใช้งานครั้งแรก
  3. ทำความเข้าใจ Serial และ Workspace
  4. ตั้ง API Key และเสียง/Subtitle
  5. เตรียมหมวดสินค้า Prompt และรูปนางแบบ
  6. เพิ่มและตรวจข้อมูลสินค้า
  7. เตรียมและเชื่อมต่อมือถือ
  8. ตั้ง ADB Template Shopee/TikTok
  9. ใช้งาน Full Workflow
  10. ตรวจเงื่อนไข Auto Post
  11. โพสด้วยตนเองจาก Video Post
  12. ลำดับใช้งานประจำวัน
  13. แก้ปัญหาอย่างละเอียด

1. สิ่งที่ต้องเตรียม

รายการรายละเอียดใช้เมื่อใด
Chrome หรือ Edgeใช้เวอร์ชันล่าสุด และอนุญาต WebUSBจำเป็นสำหรับเชื่อมมือถือ
URL ของ ShopSparkรับจากผู้ดูแลระบบ เช่น URL ภายในบริษัทจำเป็น
Serial Noรูปแบบประมาณ SHOP-XXXXXXXXXXXX รับจากผู้ดูแลจำเป็นสำหรับผ่าน Whitelist
KIE API Keyใช้สร้างภาพ วิดีโอ และเสียง ElevenLabs ผ่าน KIEจำเป็นสำหรับงาน Gen
BigModel API Keyใช้สร้างบทพากย์ Caption และข้อความประกอบจำเป็นสำหรับ Full Workflow
Gemini API Keyใช้เฉพาะเมื่อเลือก Google Gemini TTSตามผู้ให้บริการเสียงที่เลือก
มือถือ Android + สาย USBสายต้องรองรับส่งข้อมูล ไม่ใช่สายชาร์จอย่างเดียวจำเป็นสำหรับ Video Post
แอป Shopee/TikTokติดตั้งและล็อกอินบัญชีที่จะโพสให้เรียบร้อยจำเป็นตามแพลตฟอร์ม
ก่อนเริ่ม: อย่าส่ง API Key ให้ผู้อื่นผ่านแชตสาธารณะ แต่ละเครื่องมีช่องตั้ง API Key ใน Workspace ของตัวเอง
↑ กลับด้านบน

2. เข้าใช้งานครั้งแรก

1
เปิด Chrome หรือ Edge แล้วเข้า URL ของ ShopSpark ที่ได้รับ หลีกเลี่ยงโหมด Incognito เพราะข้อมูลระบุ Workspace อาจหายเมื่อปิดหน้าต่าง
2
หน้าต่าง ระบุ Serial No ของเครื่องนี้ จะปรากฏขึ้น ให้คัดลอก Serial ที่ได้รับมาวาง ตรวจว่าไม่มีช่องว่างหน้า/หลัง
3
กด บันทึกและเข้าใช้งาน หาก Serial อยู่ใน Whitelist ระบบจะเปิดหน้า ShopSpark
4
เปิด Master Data → อุปกรณ์ของฉัน ตรวจ 2 ค่า: Serial No และ Workspace เครื่องนี้
5
หากหน้าเว็บยังเป็นเวอร์ชันเก่า ให้กด Ctrl + F5 หนึ่งครั้งเพื่อโหลดไฟล์ใหม่โดยไม่ใช้ Cache
หากเข้าไม่ได้: ถ่ายหรือคัดลอก Serial ที่แสดงในข้อความผิดพลาดส่งให้ผู้ดูแลตรวจ Whitelist ไม่ต้องส่ง API Key
↑ กลับด้านบน

3. Serial No และ Workspace ทำงานอย่างไร

ห้ามล้างข้อมูลเว็บไซต์โดยไม่จำเป็น: การล้าง Cookies/Site Data/Local Storage จะทำให้ Browser ลืม Serial ที่กรอกไว้ แต่ข้อมูล Workspace บน Server ไม่หาย เมื่อกรอก Serial เดิมจะเห็นข้อมูลเดิม
วิธีตรวจ: ไปที่ Master Data → อุปกรณ์ของฉัน แล้วตรวจว่า Serial ตรงกับเครื่องต้นทาง
↑ กลับด้านบน

4. ตั้ง API Key, เสียงพากย์ และ Subtitle

4.1 เปิดหน้าตั้งค่า

  1. ไปที่ Master Data → ตั้งค่า KIE AI
  2. กรอกค่าตามหัวข้อด้านล่าง
  3. เมื่อเสร็จทุกส่วน ให้กด 💾 บันทึกการตั้งค่า เพียงครั้งเดียว
  4. กลับเข้าหน้านี้อีกครั้งเพื่อตรวจว่าค่าถูกบันทึกใน Workspace เครื่องนี้

4.2 BigModel

4.3 KIE AI

4.4 เลือกเสียงพากย์

โหมดค่าที่ต้องกรอกหมายเหตุ
ElevenLabs ผ่าน KIEVoice Model, Voice ID, Stability, ภาษา thใช้เครดิตและ API Key ของ KIE
Google Gemini TTSGemini API Key, TTS Model, Voice Name, ภาษา th-TH, คำสั่งลักษณะเสียงระบบเติมบทพากย์ต่อท้ายคำสั่งเสียงให้อัตโนมัติ
ไม่มีเสียงพากย์เลือก “ไม่มี”ควรเปิด Subtitle เพื่อให้ขั้นประมวลผลวิดีโอสมบูรณ์

4.5 ตั้ง Subtitle

ตั้งค่าเสร็จเมื่อ: กดบันทึกแล้ว เปิดหน้านี้ใหม่ยังเห็นผู้ให้บริการ โมเดล และค่าต่าง ๆ ตรงตามที่เลือก
↑ กลับด้านบน

5. เตรียมหมวดสินค้า Prompt Template และรูปนางแบบ

5.1 สร้างหมวดสินค้า

  1. ไปที่ Master Data → หมวดสินค้า
  2. สร้างชื่อที่แยกประเภทชัดเจน เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า อาหารเสริม หรือของใช้ในบ้าน
  3. ใช้หมวดเดียวกันกับสินค้าที่ต้องใช้สไตล์ Prompt ใกล้เคียงกัน

5.2 สร้าง Prompt Template

  1. เพิ่ม Template สำหรับ รูปภาพ อย่างน้อย 1 รายการในหมวด
  2. เพิ่ม Template สำหรับ วิดีโอ อย่างน้อย 1 รายการในหมวด
  3. Prompt ภาพควรระบุฉาก แสง มุมกล้อง การจัดวางสินค้า และข้อห้ามไม่ให้สินค้าเพี้ยน
  4. Prompt วิดีโอควรระบุการเคลื่อนกล้อง การเคลื่อนไหวสินค้า ระยะเวลา และห้ามเพิ่มข้อความ/โลโก้ที่ไม่ต้องการ
  5. ทดสอบกับสินค้า 1 ชิ้นก่อนรันทั้งหมวด เพื่อประหยัดเครดิต

5.3 รูปนางแบบ

↑ กลับด้านบน

6. เพิ่มและตรวจข้อมูลสินค้า

6.1 ข้อมูลที่ต้องมี

ข้อมูลเหตุผลที่ต้องมี
ชื่อสินค้าใช้แสดงใน Workflow, Gallery และ Video Post
หมวดสินค้าใช้เลือก Prompt Template
รายละเอียด/ข้อความขายส่งประกอบคำถามให้ AI สร้างบทพากย์และ Caption
Product URLใช้เลือกแพลตฟอร์มและวางลิงก์/Product ID ตอนโพส
รูปสินค้าใช้คัดรูปและสร้างภาพ/วิดีโอ

6.2 Product URL และแพลตฟอร์ม

6.3 ตรวจรูปสินค้า

ก่อนเริ่ม Workflow: เปิดสินค้าเพื่อตรวจ Product URL, รูป, หมวด, รายละเอียด และข้อความขายให้ครบ หากไม่มี Product URL ระบบจะหยุดที่ขั้นโพส
↑ กลับด้านบน

7. เตรียมและเชื่อมต่อมือถือ

7.1 เตรียม Android

  1. เปิด Settings → About phone → Software information
  2. แตะ Build number 7 ครั้ง จนขึ้นว่าเปิดโหมดนักพัฒนาแล้ว
  3. กลับไป Settings → Developer options แล้วเปิด USB debugging
  4. ติดตั้ง Shopee/TikTok และล็อกอินบัญชีที่จะโพสให้เรียบร้อย
  5. เปิดแอปด้วยตนเองหนึ่งครั้งเพื่อยอมรับ Permission, Popup และข้อกำหนดที่ค้างอยู่
  6. หาก Template ต้องพิมพ์ภาษาไทย ให้ติดตั้งและเปิดใช้ ADBKeyboard

7.2 เชื่อมมือถือกับ ShopSpark

  1. ปิด Android Studio, scrcpy, Emulator หรือโปรแกรมอื่นที่กำลังใช้ ADB
  2. เสียบสาย USB ที่รองรับข้อมูล และเลือกโหมด USB เป็น File transfer หากโทรศัพท์ถาม
  3. เปิดหน้า Workflow แล้วกด 🔌 อนุญาต/เชื่อมต่อครั้งแรก
  4. ในหน้าต่างของ Chrome/Edge เลือกชื่อมือถือแล้วกด Connect
  5. บนมือถือกด Allow USB debugging และเลือก “Always allow from this computer” หากเป็นเครื่องที่ไว้ใจ
  6. รอจนหน้า Workflow แสดงจุดสีเขียวและชื่อ/รุ่นมือถือ
ครั้งถัดไประบบจะพยายามเชื่อมอัตโนมัติกับมือถือที่เคยอนุญาต หากกด “ปิด Session” ระบบจะไม่เชื่อมใหม่จนกดเชื่อมต่ออีกครั้ง

7.3 ตรวจความพร้อม

↑ กลับด้านบน

8. ตั้ง ADB Template สำหรับ Shopee และ TikTok

เลือกวิธีแก้ได้ 2 แบบ: เมนู ADB Builder สำหรับลากวางและกรอกค่าผ่านฟอร์ม หรือหน้า Master Data → ADB Automation Templates สำหรับแก้ JSON โดยตรง ทั้งสองหน้าใช้ Template ชุดเดียวกัน แต่หน้าเดิมไม่ได้ถูกลบหรือแทนที่

วิธีใช้เมนู ADB Builder

  1. เปิดเมนู 🧩 ADB Builder แล้วเลือก Shopee/TikTok และโปรไฟล์มือถือ
  2. ลากคำสั่งจากแถบซ้ายลง Canvas หรือคลิกคำสั่งเพื่อเพิ่มท้ายกลุ่มที่เลือก
  3. ลากการ์ดเพื่อเรียงใหม่ ใช้ปุ่มลูกศร ทำสำเนา หรือลบได้จากการ์ด
  4. คลิกการ์ด แล้วแก้ชื่อ พิกัด ข้อความ Package, wait และค่าอื่นใน Inspector ด้านขวา
  5. คำสั่ง IF มีพื้นที่ THEN และ ELSE ให้ลากคำสั่งเข้าแต่ละสาขาได้ และรองรับ IF ซ้อนกัน
  6. ตรวจ JSON Preview แล้วกด บันทึก Template ที่เลือก
  7. หากไม่ต้องการกระทบโปรไฟล์เดิม ให้กด บันทึกเป็นโปรไฟล์ใหม่
  8. กด ทดสอบบนมือถือ หลังเชื่อม WebADB แล้ว

8.1 เลือกแพลตฟอร์มและโปรไฟล์

  1. ไปที่ Master Data → ADB Automation Templates
  2. เลือกแพลตฟอร์ม Shopee หรือ TikTok
  3. เชื่อมมือถือ แล้วกด Sync ขนาดจอจากมือถือ
  4. สร้างโปรไฟล์ตามรุ่นมือถือ หรือเลือกโปรไฟล์ที่ตรงรุ่น
  5. ตั้ง Default Profile เมื่อมีหลายโปรไฟล์และต้องการค่าเริ่มต้น

8.2 คำสั่ง JSON ที่รองรับ

typeหน้าที่ตัวอย่างย่อ
open_appเปิดแอปตาม Package{"type":"open_app","package":"com.shopee.th"}
close_appบังคับปิดแอป{"type":"close_app","package":"com.shopee.th"}
tapแตะพิกัด x,y{"type":"tap","x":540,"y":2200}
tap_textค้นหาข้อความบนจอแล้วแตะ{"type":"tap_text","text":"สินค้า","match":"contains"}
swipeปัดจากจุดหนึ่งไปอีกจุด{"type":"swipe","x1":540,"y1":1800,"x2":540,"y2":700}
textพิมพ์ค่าจากระบบหรือข้อความกำหนดเอง{"type":"text","source":"caption"}
keyส่ง Android Key Event{"type":"key","code":66} = Enter
waitรอเป็นมิลลิวินาทีผ่าน field wait{"type":"tap","x":500,"y":500,"wait":2000}
ifแยกขั้นตอนตามข้อความที่พบ/ไม่พบ{"type":"if","text":"เพิ่มสินค้า","then":[...],"else":[...]}

8.3 ค่า source สำหรับคำสั่ง text

8.4 วิธีตั้งพิกัดให้ตรงเครื่อง

  1. เปิด Developer options → Pointer location
  2. แตะปุ่มเป้าหมายบนมือถือและอ่านค่า X/Y ด้านบนหน้าจอ
  3. แก้ค่า x, y หรือพิกัด Swipe ใน JSON
  4. ใส่ wait หลังขั้นที่โหลดช้า เช่น เปิดแอป อัปโหลดคลิป หรือเปิดหน้าสินค้า
  5. หน้าจอที่อาจมีสองรูปแบบให้ใช้ if หรือ tap_text แทนพิกัดตายตัวเมื่อทำได้

8.5 ทดสอบอย่างปลอดภัย

  1. ตรวจ JSON ว่าเปิด/ปิดวงเล็บครบ แล้วกด บันทึก ADB Templates
  2. เชื่อมมือถือและเตรียมหน้าจอให้พร้อม
  3. กด ทดสอบ Template หาก Template ใช้ Product URL ระบบจะถาม URL สำหรับทดสอบ
  4. เฝ้าดูทุกขั้นและกดหยุดทันทีหากพิกัดผิด
  5. โหมดทดสอบจะไม่บังคับปิดแอป หลังทดสอบให้แก้พิกัด/เวลารอแล้วทดสอบซ้ำ
คำเตือน: Template ทดสอบอาจมีขั้นกดโพสจริง ตรวจบัญชีและสินค้าให้ถูกต้องก่อนกดยืนยัน
↑ กลับด้านบน

9. ใช้งาน Full Workflow

9.1 เปิดหน้า Workflow

  1. เปิดเมนู ⚡ Workflow
  2. ตรวจสถานะมือถือให้เป็นสีเขียว
  3. ตรวจ Checkbox Video Post อัตโนมัติหลังรวมเสียงพากย์กับวิดีโอเสร็จ ค่าเริ่มต้นจะถูกเลือกไว้
  4. หากต้องการให้สินค้าใหม่จาก API เริ่มเอง ให้เปิด เริ่ม Workflow อัตโนมัติเมื่อมีสินค้าใหม่เข้าผ่าน API

9.2 รันทดสอบทีละสินค้า

  1. ที่ช่อง เริ่มเฉพาะสินค้า เลือกสินค้าที่ตรวจข้อมูลครบแล้ว
  2. กด รันเฉพาะสินค้านี้
  3. ติดตาม Progress Bar และ Log ของสินค้านั้นจนจบ
  4. กด ดูผลแต่ละขั้น เพื่อตรวจรูป บทพากย์ เสียง วิดีโอ วิดีโอรวม และ Caption

9.3 รันทั้งหมวด

  1. ทดสอบสินค้าในหมวดสำเร็จอย่างน้อย 1 ชิ้นก่อน
  2. เลือกหมวดที่ช่อง เริ่ม workflow ทั้งหมวด
  3. กด เริ่มทั้งหมวด (เฉพาะที่ยังไม่เริ่ม)
  4. ระบบสร้างทีละสินค้าแบบคิว FIFO สินค้ารายการใหม่จะรอต่อท้าย เมื่อรายการหนึ่งมีวิดีโอรวมเสร็จพร้อมโพส ระบบจะพักไว้ในคิว Video Post แล้วเริ่มสร้างสินค้าถัดไปได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียบมือถือ
  5. เมื่อเสียบมือถือและเชื่อม WebADB ระบบจะนำรายการพร้อมโพสที่สะสมไว้มาโพสเรียงทีละรายการอัตโนมัติ
  6. ใช้ปุ่ม หยุด Workflow ทั้งหมดชั่วคราว เมื่อต้องการพักโดยไม่ลบคิว

9.4 ลำดับขั้นอัตโนมัติ

คัดรูปสร้างภาพบท/เสียง/Captionสร้างวิดีโอรวมเสียง/SubtitleAuto Post

↑ กลับด้านบน

10. อ่านเงื่อนไข Auto Post

ใต้ Progress Bar ของแต่ละสินค้า หน้า Workflow จะแสดงเหตุผลที่ยังโพสไม่ได้โดยตรง ไม่ต้องเดาเอง

ข้อความวิธีแก้
ยังไม่ได้เปิด Video Post อัตโนมัติติ๊ก Checkbox Auto Post ด้านบนหน้า Workflow
ยังไม่มีวิดีโอที่รวมเสียง/ซับพร้อมโพสรอ Workflow ถึงขั้นรวม หรือเริ่มใหม่ที่ขั้นรวมเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
วิดีโอพร้อมโพสยังประมวลผลไม่เสร็จรอผลและกดรีเฟรช หากนานผิดปกติให้ดู Log/Request Log
วิดีโอพร้อมโพสสร้างไม่สำเร็จเปิดรายละเอียดข้อผิดพลาด แล้วเริ่มใหม่ที่ขั้นที่ค้าง
วิดีโอยังไม่มีไฟล์ผลลัพธ์ตรวจงาน KIE และรอ Poll สถานะ หรือรันขั้นวิดีโอ/รวมใหม่
ยังไม่มี Captionตรวจ BigModel Key และรันขั้นบทพากย์/Caption ใหม่
ยังไม่มี Product URLแก้ไขสินค้าและใส่ URL Shopee/TikTok ที่ถูกต้อง
คิวโพสของวิดีโอนี้ถูกหยุดกด Video Post ตอนนี้ หรือเริ่ม Workflow/Auto Post ใหม่สำหรับสินค้านั้น
ยังไม่ได้เชื่อมต่อมือถือผ่าน USBเชื่อมมือถือจนสถานะเป็นสีเขียว
เมื่อขึ้น “ผ่านทุกเงื่อนไข”: ระบบจะส่งคลิปไปมือถือ เปิด Shopee หรือ TikTok ตาม Product URL ทำตาม ADB Template ทำเครื่องหมายว่าโพสแล้ว และปิดแอปแพลตฟอร์มหลังขั้นตอนสำเร็จ

ปุ่มล้างคิวโพส

↑ กลับด้านบน

11. โพสด้วยตนเองจากหน้า Video Post

  1. เปิดเมนู 📱 Video Post
  2. เชื่อมมือถือ หากยังไม่ขึ้นสถานะสีเขียว
  3. รายการคลิปแสดงครั้งละ 10 รายการและวิดีโอจะไม่เล่นเอง
  4. ตรวจชื่อสินค้าและแพลตฟอร์มบนปุ่ม Video Post · Shopee/TikTok
  5. กดรูปคลิปเพื่อเปิดดูเต็มจอก่อนโพส
  6. กดปุ่ม Video Post ระบบจะส่งไฟล์ไป DCIM/ShopeeGen แล้วรัน Template ทันที
  7. ดู Log ทีละขั้น หากต้องการหยุดให้กดปุ่มหยุด Automation
  8. เมื่อสำเร็จ ระบบทำเครื่องหมายโพสแล้วและปิดแอป Shopee/TikTok
ระหว่างรัน อย่ากดหน้าจอมือถือ อย่าเปลี่ยน Orientation และอย่าดึงสาย USB เพราะพิกัดขั้นถัดไปจะคลาดเคลื่อน
↑ กลับด้านบน

12. Checklist การใช้งานประจำวัน

ก่อนเริ่มงาน

  1. เปิด ShopSpark ด้วย Chrome/Edge เครื่องเดิมและ Browser Profile เดิม
  2. เปิดหน้า Workflow ตรวจว่า Workspace และรายการงานถูกต้อง
  3. เสียบมือถือ ปลดล็อกจอ เปิดอินเทอร์เน็ต และเชื่อม USB ให้เป็นสีเขียว
  4. ตรวจว่าล็อกอิน Shopee/TikTok ถูกบัญชี
  5. ตรวจ Checkbox Auto Post
  6. ตรวจสินค้าใหม่อย่างน้อยชื่อ รูป หมวด Product URL และข้อความขาย

ระหว่างทำงาน

หลังจบงาน

↑ กลับด้านบน

13. แก้ปัญหาอย่างละเอียด

เข้าเว็บหรือเห็นข้อมูลไม่ถูกต้อง

อาการตรวจและแก้ตามลำดับ
เครื่องไม่ได้รับสิทธิ์ตรวจ Serial → ห้ามมีช่องว่าง → ส่ง Serial ให้ผู้ดูแลตรวจ Whitelist → กรอกใหม่
หน้าเว็บยังเป็นแบบเก่ากด Ctrl + F5 → ปิดแท็บแล้วเปิดใหม่
สินค้า/API Key หายหรือว่างตรวจว่า Serial ตรงกับเครื่องต้นทาง → รีเฟรชหน้า → ตรวจว่า Serial ยังอยู่ใน Whitelist
ภาษาไทยเพี้ยนกดรีเฟรช → ตรวจว่า Browser ใช้ UTF-8 → บันทึกข้อมูลใหม่จากหน้าที่แสดงภาษาไทยถูกต้อง

สร้างภาพ วิดีโอ หรือข้อความไม่สำเร็จ

อาการตรวจและแก้ตามลำดับ
แจ้งไม่มี API Keyเปิด Master Data → ตั้งค่า KIE AI → กรอก Key ใน Workspace เครื่องนี้ → กดบันทึก
คัดรูปไม่ได้ตรวจ BigModel Key → ตรวจ URL รูป → ดู Request Log → ลองใช้รูปอื่น
Gen ภาพ/วิดีโอล้มเหลวตรวจ KIE Key/เครดิต → ตรวจชื่อโมเดลและ Input → ดูข้อความ fail → เริ่มใหม่ที่ขั้นเดิม
เสียงพากย์ไม่ได้ตรวจผู้ให้บริการ → Voice ID หรือ Gemini Key/Voice Name → ภาษา → ดู Request Log
Subtitle เป็นสี่เหลี่ยมตั้ง Path ฟอนต์ไทยและ Family Name → รันขั้นรวมใหม่

เชื่อมมือถือไม่ได้

  1. ยืนยันว่าใช้ Chrome/Edge และเปิดผ่านหน้าต่างปกติ
  2. ปลดล็อกมือถือ เปิด USB Debugging และเลือก File transfer
  3. เปลี่ยนสายหรือช่อง USB โดยเฉพาะเมื่อชาร์จได้แต่ไม่พบอุปกรณ์
  4. ปิด Android Studio, scrcpy, Emulator และโปรแกรม ADB อื่น
  5. หากเคยใช้ ADB บนคอม ให้เปิด Command Prompt แล้วสั่ง adb kill-server
  6. ที่ Developer options เลือก Revoke USB debugging authorizations แล้วเชื่อมใหม่
  7. กดเชื่อมต่อครั้งแรก เลือกมือถือ และยอมรับข้อความบนหน้าจอมือถือ

Auto Post ไม่ทำงานหรือกดผิดตำแหน่ง

  1. อ่านบรรทัด Auto Post ใต้ Progress Bar แล้วแก้ทุกเงื่อนไขที่แสดง
  2. ตรวจ Product URL ว่าเลือกแพลตฟอร์มถูก
  3. ตรวจว่ามือถืออยู่หน้าเริ่มต้นตามที่ Template คาดไว้ และไม่มี Popup บัง
  4. Sync ขนาดจอและเลือกโปรไฟล์ที่ตรงรุ่น
  5. เปิด Pointer location ตรวจพิกัดที่ผิด แล้วแก้ JSON
  6. เพิ่ม wait หลังหน้าที่โหลดช้า
  7. ใช้ tap_text หรือ if สำหรับหน้าจอที่เปลี่ยนรูปแบบ
  8. กดทดสอบ Template ทีละรอบจนผ่าน ก่อนเปิดรันทั้งหมวด

พิมพ์ Caption ภาษาไทยไม่ได้

  1. ติดตั้ง ADBKeyboard และเปิดให้เป็น Keyboard ที่อนุญาตใน Android Settings
  2. ตรวจว่า Caption ในข้อมูลสินค้ามีข้อความ
  3. ตรวจ Template ว่ามี {"type":"text","source":"caption"}
  4. เพิ่มเวลารอหลังแตะช่อง Caption ก่อนสั่ง text
  5. หลังจบ Automation ระบบจะพยายามคืน Keyboard เดิมให้อัตโนมัติ
ข้อมูลที่ควรส่งให้ผู้ดูแลเมื่อยังแก้ไม่ได้: Serial No, ชื่อสินค้า, ขั้น Workflow ที่ค้าง, ข้อความสีแดง, เวลาเกิดปัญหา, ภาพหน้าจอมือถือ และรายการ Request Log ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องส่ง API Key
↑ กลับด้านบน